แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชั้น ๖ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชั้น ๖ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

จะดีหรือไม่ดี หากแผ่นดินกรุงเทพฯ หายไป

หากแผ่นดินกรุงเทพฯหายไปจะเกิดผลกระทบทั้งดีและไม่ดีผลกระทบที่ดีคือทำให้เราได้รู้จักวัฒนธรรมต่างถิ่นเมื่อเราไปอยู่ต่างที่และชีวิตการเป็นอยู่ที่เปลื่ยนไปทำให้เราสามารถปรับตัวกับที่อื่นได้ง่ายขึ้นและได้รู้จักกับคนอื่นมากขึ้น ส่วนผลกระทบที่ไม่ดีก็คือทำให้ทรัพย์สิ้นบางส่วนที่อยู่ในบ้านที่ไม่สามารถย้ายออกได้หรือย้ายออกไม่ทันเกิดความเสียหาย เช่น ตู้ที่ติดอยู่กับกำแพง ของหนักๆที่ไม่สามารถยกได้ และทำให้ฉันและครอบครัวหาที่อยู่ไม่ได้ในช่วงแรกๆ เนื่องจากอาจจะมีคนออกมากันเยอะทำให้หาที่พักยากและอาจจะยังปรับตัวไม่ได้เพราะอยู่ต่างที่ต่างถิ่น และอาจจะสูญเสียกำลังใจหรือจิตใจได้ เพราะต้องสูญเสียบ้านหรือทรัพย์สินที่เรารักไปและเมื่อเราสูญเสียจิตใจเราอาจจะเศร้ามากจนจะทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆตามมา เช่น เป็นโรคซึมเศร้า เป็นต้น

ถ้าเกิดว่าต้องย้ายถิ่นฐานฉันจะอยู่ในภาคกลาง ในจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากช่วงน้ำท่วมในครั้งนี้ฉันได้มาอยู่ที่ชะอำและฉันรู้สึกประทับใจมาก เพราะมีลมเย็นเนื่องจากมีทะเลและมีบรรยากาศดี อากาศดีมีทั้งภูเขาและทะเลทำให้ร่มเย็น สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายที่ทั้งการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติอย่างการเดินเขา การท่องเที่ยวแบบประวัติศาสตร์เช่นพระราชวังป้อมปืนและวัดโบราณต่างๆ ค่าครองชีพไม่แพง ขนมอร่อย และคนที่นี้เป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจเป็นส่วนมากและที่จังหวัดเพชรบุรีนี้ไม่เคยโดนน้ำท่วมเลยและมีเส้นทางเดินทางมาได้หลายทางทั้งรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน รถโดยสาร มีคนสำรวจและวิจัยว่าที่เพชรบุรีเหมาะกับการเป็นเมืองหลวงเนื่องจากน้ำท่วมไม่ถึงและมีที่พักเยอะ มีร้านค้าเยอะสะดวกต่อการเป็นอยู่

ของดีในภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรีมีหลายอย่างเช่น ประเพณี สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร วิถีชีวิต การละเล่น ฯลฯ ในเรื่องประเพณีจะมีประเพณีมากมายทั้งของภาคกลางและของจังหวัดเพชรบุรี ประเพณีที่จะยกตัวอย่างเป็นประเพณีที่นิยมจัดกันในจังหวัดเพชรบุรี งานประเพณีไทยทรงดำ จัดในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เป็นประเพรีของชาวไทยและลาว เป็นประเพณีการทำบุญในงานจะมีการจัดการละเล่น และการทำอาหารแบบดั้งเดิมของชาวไทยทรงดำ ประเพณีเล่นเพลงปรบไก่ขอฝน เป็นกาลละเล่นของชาวบ้าน เป็นการบวง สรวงศาลหลวงปู่เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ โดยจะเล่นกันในวันเพ็ญเดือน 6 และการละเล่นพื้นบ้านของจังหวัดเพรชก็เช่น การวิ่งวัวลานคน เป็นการแข่งขันที่ดัดแปลงมาจากกีฬาวัวลาน โดยใช้คนวิ่งแทนวัว มีกติกเหมือนกันทุกประการ ไม่แต่เฉพาะชาวบ้านในท้องถิ่นเท่านั้น มีผู้คนท้อง ถิ่นต่างๆ เดินทางมาร่วมแข่งขันด้วยจึงเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน และมี เพียงแห่งเดียวที่จังหวัดเพชรบุรี แต่มีกำหนดการเล่นที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่ กับว่าท้องที่ใดจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งบางครั้งก็จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็มีมากมาย มีทั้งวัด เช่น วัดใหญ่สุวรรณาราม วัดกำแพงแลง วัดบันไดอิฐ และมีพระราชวังให้ไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เช่น พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังบ้านปืน อาหารที่จังหวัดเพชรบุรีส่วยใหญ่จะเป็นอาหารทะเล เนื่องจากเป็นที่ติดทะเล วิถีชีวิตของคนที่นี้มีวิถีชีวิตี่ชาวนาเมืองเพชรมีวิถีที่ต่างจากชาวนาที่อื่นๆ ตรงที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ทำนาได้หลายครั้ง วนอกจากนั้นยังทำไร่ทำสวนผักและผลไม้ได้ตลอดปี อุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตออกจำหน่ายเป็นที่รู้จักกันดี เช่น มะนาว กล้วย ละมุด และชมพู่เป็นต้น คนเมืองเพชรยังเป็นพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาพุทธศาสนา จนได้สมญานามว่าเป็นแดนเมืองธรรมะ เพราะมีวัดวาอารามมากมายอยู่คู่เมืองเพชรบุรีมาตั้งแต่อดีต แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองและสอดคล้อง กับสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของพื้นที่ อย่างแรก คนเมืองเพชรมีวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับตาลโตนด เนื่องจากเพชรบุรีมีต้นตาลมากมาย อย่างไรก็ตามปัจจุบันการทำน้ำตาลโตนดได้ลดน้อยลงไป แต่ก็ยังพอพบเห็นได้ในเขตอำเภอบ้านลาด  แต่วิถีชีวิตชาวนายังคงดำรงค์ต่อไป ทว่าอารยธรรมได้เป็นอย่างดี
 เขียนโดย พิ้งกี้ ๖/๒

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มุมมองของตั้ม ๖/๓ "ถ้ากรุงเทพหายไป เราจะทำอย่างไร"

มุมมองของข้าว ๖/๒ "ถ้ากรุงเทพหายไป เราจะทำอย่างไร"

๑.จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันนี้  หากเกิดผลกระทบทำให้กรุงเทพหายไปนักเรียนคิดว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร  ต่อนักเรียนและครอบครัว
หากสถานการณ์น้ำท่วมทำไห้แผ่นดินกรุงเทพหายไปก็จะทำไห้
ประชากรกรุงเทพต้องย้ายที่พักอาศัยและที่ทำงานต่างๆไปอยู่ที่อื่นรวมทั้งสินค้าก็จะแพงขึ้นเช่นอาหารบางอย่างและเสื้อผ้าที่ผลิตในกรุงเทพ
          ผมต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นและโรงเรียนอื่นทำให้ผมต้องสร้างความคุ้นเคยกับเพื่อนใหม่ๆซึ่งอาจเป็นเพื่อนที่นิสัยไม่ค่อยดี 
ครอบครัวผมต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น  ซึ่งที่อยู่นั้นอาจไม่ค่อยดีและเราก็ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่นั้นๆ  คุณยายหรือญาติก็ต้องย้ายบ้านออกจากกรุงเทพซึ่งต้องใช้เงินในการย้าย  อาจทำให้การติดต่อ ไปมาหาสู่ไม่สะดวกเหมือนในปัจจุบันที่บ้านอยู่ใกล้ๆกัน 
พ่ออาจต้องย้ายที่ทำงานเพราะที่ทำงานจะโดนน้ำท่วมไปด้วย  การย้ายที่ทำงานจะกระทบต่อพนักงานคนอื่นๆ  การประชุม  ติดต่องานในสถานที่ใหม่อาจไม่สะดวก  เข้าถึงยาก  อีกทั้งพ่อยังต้องไปสนามบินบ่อยๆและที่นั่นสนามบินอาจจะไกลจากที่พักอาศัย

๒.เมื่อแผ่นดินกรุงเทพหายไป  ส่งผลให้นักเรียนต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น  นักเรียนจะเลือกไปตั้งถิ่นฐานใดของประเทศไทย
            เมื่อแผ่นดินกรุงเทพหายไปทำให้ผมต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นตอนแรกผมคิดว่าจะย้ายไปอยู่จังหวัดชลบุรี  ซึ่งอยู่ริมทะเลภาคตะวันออก  ระยะทางห่างจากกรุงเทพประมาณ ๕๐ กิโลเมตรและใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง  เพราะในระหว่างอพยพได้ไปอยู่ที่บ้านเพื่อนของพ่อผมที่บางแสน  และพบว่ามีอาหารเยอะและราคาไม่แพงมาก  โดเฉพาะอาหารทะเลเช่นหอยแมลงภู่  ปลาทู ข้าวต้มปลา  นอกจากนี้ยังมีสถานที่ออกกำลังกายริมทะเลซึ่งเป็นลานใหญ่  ผมนำคาสเตอร์บอร์ดไปเล่นได้  น้องชายผมสามารถเล่นสกูตเตอร์  และผู้ใหญ่ก็มีที่ออกกำลังกาย
          แต่ผมตัดสินใจจะไม่ย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะหากดูตามแนวชายหาดจะอพยพว่าห่างจากกรุงเทพเพียง ๒๕ กิโลเมตร  อาจโดนน้ำท่วมไปพร้อมกับกรุงเทพได้  ผมจึงเลือกที่จะไปตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดเชียงใหม่  เพราะเมื่อไม่นานมานี้เชียงใหม่ถูกน้ำท่วมและน้ำลดอย่างรวดเร็วภายในสี่วัน  ผมคิดว่ามีโอกาสน้ำท่วมขังน้อยกว่ากรุงเทพและภาคกลาง 
          ผมคิดว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ทำการเกษตรมาก  สามารถผลิตอาหาร ข้าว พืชผัก  ผลไม้  ให้กับประชากร  อาหารน่าจะมีราคาถูก    ทำให้ค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก  และผมชอบผไม้เมืองหนาวหลายอย่างเช่น  ลำไย อโวคาโด ลูกพลับ
          ผมเคยไปเที่ยวเชียงใหม่  อากาศดีและเย็นสบายเพราะมีป่าไม้สมบูรณ์  ส่งผลดีต่อสุขภาพ  ภูมิประเทศสวยงามเช่นดอยอ่างขาง  ดอยอินทนนท์  การมีป่าไม้สมบูรณ์ทำให้สิ่งแวดล้อมดี  หากมีน้ำท่วมป่าไม้ก็จะช่วยชะลอน้ำ  ไม่ก่อความเสียหายมากนัก  ช่วยยับยั่งปัญหาดินถล่มเพราะรากต้นไม้ช่วยเกาะยึดหน้าดินไว้
ภูมิประเทศ
จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ 20,107.057 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่า มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ ดอยอินทนนท์ สูงประมาณ 2,565.3355 ม. อยู่ในเขต อ.จอมทอง นอกจากนี้ยังมีดอยอื่นที่มีความสูงรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น ดอยผ้าห่มปก สูง 2,285 เมตรและดอยหลวงเชียงดาว สูง 2,170 ม. สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ
๑.      พื้นที่ภูเขา ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศเหนือ และทิศตะวันตกของจังหวัด คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 80% ของพื้นที่จังหวัด เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ไม่เหมาะสมต่อการเกษตร
๒.      พื้นที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง ลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร

ภูมิอากาศ
เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,100-1,200 มิลลิเมตร สภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงใหม่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุม 2 ชนิด คือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งภูมิอากาศออกได้เป็น 3 ฤดู ได้แก่
          ฤดูฝน  เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม
        ฤดูหนาว  เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์
        ฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม

ทรัพยากรป่าไม้
จังหวัดเชียงใหม่มีป่าไม้หลายประเภท ประกอบด้วย ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง
ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าเต็งรังผสมป่าสนเขา และป่าแดง เป็นต้น พื้นที่ป่าไม้ ประกอบด้วย ป่าธรรมชาติ สวนป่า และป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดยมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 11,694,133 ไร่คิดเป็นร้อยละ 69.93 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด แบ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 25 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 13 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 1 แห่ง
ทรัพยากรน้ำ
จังหวัดเชียงใหม่มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำปิง และยังมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง และยังแบ่งตามพื้นที่ลุ่มน้ำดังนี้
ลุ่มน้ำปิงตอนบน เป็นลุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดในภาคเหนือตอนบน เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง มีพื้นที่ 25,355.9 ตร.กม. สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันสูง วางตัวแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เสี่ยงต่อแผ่นดินถล่มและการ
ชะล้างพังทลายของดินสูง ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบสะวันนา คือ มีฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่างชัดเจน และยังมีลุ่มน้ำย่อยอีก 14 ลุ่มน้ำย่อย แม่น้ำที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำปิง แม่แตง แม่กวง แม่งัด แม่แจ่ม แม่ขาน และแม่ตื่น
ลุ่มน้ำกก มีแม่น้ำกกเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นกำเนิดจากภูเขาในประเทศพม่า ไหลผ่านเมืองกก เมืองสาด ประเทศพม่า เข้าเขตประเทศไทยที่ช่องน้ำกก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงราย ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ครอบคลุมพื้นที่ 2,773 ตร.กม.
ลุ่มน้ำฝาง มีแม่น้ำฝางเป็นแม่น้ำสายหลัก ซึ่งมีต้นกำเนิดจากดอยขุนห้วยฝางและดอยหัวโท ทางตอนใต้ของอำเภอไชยปราการ ไหลลงสู่แม่น้ำกก มีความยาวลำน้ำประมาณ 70 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,948.5 ตร.กม. ในอำเภอไชยปราการ ฝาง และแม่อาย

ทรัพยากรธรณี
จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่สำคัญของประเทศ ทำให้ได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ขนาด 5.1 ริกเตอร์ มีจุดศูนย์กลางในอำเภอแม่ริม ทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยในบริเวณอำเภอแม่ริมและอำเภอข้างเคียง ส่วนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรณี มีการผลิตแร่ที่สำคัญ 8 ชนิด ได้แก่ ถ่านหิน เฟลด์สปาร แมงกานีส ชีไลต์ ดีบุก ดินขาว ฟลูออไรด์ และแร่หินอุตสาหกรรม และจังหวัดเชียงใหม่ยังมีแหล่งทรัพยากรธรณีที่สำคัญ เช่น แหล่งปิโตรเลียม อำเภอฝาง สภาพทางธรณีวิทยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ บ่อน้ำพุร้อน อำเภอสันกำแพงและอำเภอฝาง โป่งเดือด อำเภอแม่แตง บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ อำเภอแม่ริม เป็นต้น
ประเพณีและวัฒนธรรม
การปล่อยโคมลอย ในเทศกาลยี่เป็ง(ลอยกระทง)
เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน คนเชียงใหม่ได้สั่งสมวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มีความผูกพันกับพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม ประเพณีที่สำคัญ ได้แก่
ปีใหม่เมือง (สงกรานต์) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของชาวเชียงใหม่ แบ่งเป็นวันที่ 13 เป็นวันมหาสงกรานต์ มีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธีสรงน้ำพระ วันที่ 14 เข้าวัดก่อเจดีย์ทราย และวันที่ 15 เมษายน ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และมีการเล่นสาดน้ำตลอดช่วงเทศกาล
ประเพณียี่เป็ง จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี ราวเดือนพฤศจิกายน มีการตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ด้วยโคมชนิดต่างๆ มีการปล่อยโคมลอย มีการลอยกระทง ประกวดกระทงและนางนพมาศ
ประเพณีเข้าอินทขิล จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่วัดเจดีย์หลวง เป็นการบูชาเสาหลักเมืองโดยการนำดอกไม้ธูปเทียนมาใส่ขันดอก
เทศกาลร่มบ่อสร้าง จัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี ที่ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน มีการแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ ประเพณีพื้นบ้าน
มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จัดขึ้นในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะบวกหาด มีขบวนรถบุปผาชาติ และนางงามบุปผาชาติ
งานไม้แกะสลักบ้านถวาย จัดขึ้นในเดือนมกราคม ที่หมู่บ้านถวาย อำเภอหางดง มีการจำหน่ายและสาธิตการแกะสลักไม้ และหัตถกรรมพื้นบ้าน
ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ จัดขึ้นในเดือนเมษายน ในวันที่ 15 เป็นต้นไป ของทุกปี ที่บริเวณตัวเมืองจอมทอง มีขบวนรถจากชุมชน ห้างร้าน กลุ่มต่างๆ กว่า 40 ขบวน แห่ไปตามเมืองจอมทอง จนถึงวัดพระบรมธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี ตามตำนานเกิดขึ้นที่อำเภอเภอจอมทอง ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งเดียวในโลก ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ กลายเป็นต้นแบบของการแห่ไม้ค้ำสะหลีของชาวล้านนา จนได้รับความนิยมไปทั่วภาคเหนือ และเป็นประเพณีที่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมมาก
ด.ช.ธัญญะ บุญทราพงษ์  ข้าว ๑๓ ๖/

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

บุคคลต้นแบบในสถานการณ์น้ำท่วมของพิ้งกี้ ๖/๒

บุคคลต้นแบบในสถานการณ์น้ำท่วมที่ฉันเลือกคือโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร  พี่โต๋เป็นนักเปียโนและนักร้อง และเขายังเป็นนักเปียโนที่เก่งที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ครอบครัวพี่โต๋มีทั้งหมด 4 คน ได้แก่ คุณพ่อ(นคร เวชสุภาพร) คุณแม่ (ธนภรณ์ เวชสุภาพร) น้องชาย (พรรศักดิ์ เวชสุภาพร )  พี่โต๋เริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 3 ปี ก่อนที่พี่โต๋จะมาอยู่วงB5และต่อมาเขาได้มาเป็นนักร้องเดี่ยวและเขาโด่งดังไปถึงประเทศไต้หวัน พี่โต๋เป็นคนมีจิตใจดีและนำความสามารถของตนเองมาช่วยเหลือผู้อื่น เช่น ในงานวันเกิดของเขาได้จัดคอนเสิรต์การกุศลและประมูลของของเขา เพื่อนำเงินที่ได้รับบริจาคมาจากคนที่ไปชมคอนเสิรต์ไปบริจาคให้มูลนิธิกุมารโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นต้น

ในมหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ พี่โต๋ได้ทำความดีเอาไว้หลายอย่างเช่นกันเหมือนกับที่พี่โต๋ได้ทำเอาไว้ในช่วงต่างๆและถึงแม้บ้านที่โต๋จะน้ำท่วมแต่ก็ยังมาช่วยงานต่างๆอยู่เสมอ คือ พี่โต๋ได้ไปจัดคอนเสิร์ตช่วยน้ำท่วมและให้กำลังใจกับผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยรวมกับ ThaiPBSและศิลปินมากมาย  เพื่อนำรายได้ทั้งหมดที่ได้รับจากการ ประมูลของของศิลปิน ขายเสื้อยืดรู้ สู้! Flood” เงินบริจาคจากผู้ชม เพื่อนำไปบริจาคในการช่วยฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังน้ำลด อีกงานคืองาน The Flood Fighter Charity Concert โดยรวมกับsony musicและxtreme plusในงานมีการเล่นคอนเสิร์ตของศิลปินที่ไปเข้าร่วมงานเพื่อเป็นการให้กำลังใจกับผู้ประสบภัยน้ำท่วมและมีการประมูลของของศิลปินเพื่อนำเงินไปบริจาคให้กับผู้ประสบภัย และพี่โต๋ได้เสียสละเวลาเพื่อไปช่วยทำคันกั้นน้ำและไปให้กำลังใจกับคนที่มาช่วยทำคันกั้นน้ำที่สุวรรณภูมิและพี่โต๋ได้บริจาคเงินรวมกับค่ายเพลงsony musicมอบให้กับทางสถานีโทรทัศน์ช่อง3 ทั้งหมด 3 แสน 1หมื่นบาท พี่โต๋ได้ post ข้อความลงใน facebook และ twitter มีทั้งข้อความในกำลังใจ ภาพตลกๆ เพื่อเป็นการคลายเครียดไม่ให้กังวลเรื่องน้ำท่วม รายงานสถานการน้ำท่วมต่างๆ วันแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ เช่น 12/11 โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ กรมกรุงเทพตะวันออกสะพานสูง ระดับน้ำวันนี้เพิ่มขึ้นตามลำดับ รถเล็กไม่แนะนำให้เข้าแล้ว สถานะ:ยังคงปักหลักเฝ้าระวังต่อไป และพี่โต๋ยังมีเพลงที่ให้กำลังใจกับผู้ประสบภัยที่น้ำท่วมอีกด้วยชื่อเพลง “สักวันแล้วมันก็ผ่านไป” เป็นเพลงที่พูดถึงว่าแม้จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาจะเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายมากที่สุดหรือเป็นสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตมีทั้งดีและไม่ดี แต่สุดท้ายแล้วมันก็ต้องผ่านไป และเพลงนี้ได้นำไปทำเป็นMVเพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัยทางช่องThaiPBS (สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าไปชมได้ที่http://www.youtube.com/watch?v=rD8NJ7vkclg)

 

ถึงแม้บ้านพี่โต๋จะยังน้ำท่วมอยู่แต่พี่โต๋ก็ยังมีกำลังใจสู้ที่จะไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ถึงจะไม่ได้ลงพื้นที่แต่พี่โต๋ก็ยังสามารถช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยการส่งกำลังใจและเงินบริจาคให้กับพวกเขาได้ และพวกเราทุกคนก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกันและต่อไปในอนาคตฉันก็อยากจะเป็นเหมือนพี่โต๋ทั้งเรื่องดนตรีและเรื่องการมีน้ำใจที่ดีงาม ความดีงามนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ เช่น ช่วยบริจาคเงินน้ำท่วมเท่าที่เรามี ช่วยแพ็คถุงยังชีพ ฯลฯ

 

เขียนโดย ด.ญ. ภคพร   วีรสุขสวัสดิ์ (พิ้งกี้)

 

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร

       
       จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันถึงแม้ว่าบ้านที่อยู่ของฉันยังไม่อยู่ในเขตที่น้ำท่วมถึง  แต่ก็ได้รับผลกระทบจากการที่โรงเรียนถูกน้ำท่วม  ถนนหนทางบางช่วงยังใช้สัญจรไปมาไม่ได้  น้ำประปาที่เคยมีปัญหาอยู่ระยะหนึ่งทำให้เราต้องซื้อน้ำขวดมาดื่มแทน  อาหารการกินก็หาได้ลำบากมากขึ้น  เพราะวัตถุดิบขาดตลาด  พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมาขายของตามปกติไม่ได้

          ถ้ากรุงเทพฯ ถูกน้ำท่วมจนแผ่นดินหายไป  ครอบครัวของฉันจะอพยพไปอยู่ที่ จ.สุรินทร์  ที่ราบสูงทางภาคอีสานของไทย  เพราะเป็นบ้านเกิดของแม่  ถึงแม้จะค่อนข้างแล้ง  แต่ทรัพยากรก็อุดมสมบูรณ์   เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวสายพันธุ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย   อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย  อากาศร้อนชื้นและยังมีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ  เช่น งานบุญประเพณีต่างๆ ที่ชาวบ้านยังมาร่วมแรงร่วมใจกันทำ  ทั้งงานช้างซึ่งมีการออกร้านขายสินค้าท้องถิ่นต่างๆ ที่สำคัญ  เช่น  ผ้าไหม ผ้าทอมือ เครื่องเงิน   มีการแสดงมหรสพต่างๆที่เป็นของดั้งเดิมของจังหวัด  คือ  การแสดงหมอลำ  กันตรึม  การร้องผญาของผู้เฒ่าผู้แก่ทางภาคอีสาน  นอกจากนี้ยังมีวัดป่าที่สงบร่มรื่นอีกหลายแห่ง

งานเขียนแสดงความคิดเห็นของ ด.ญ. ชญาน์นันท์ (เหวิน)  

“อ.ศศิน เฉลิมลาภ” บุคคลต้นแบบในสถานการณ์น้ำท่วม

            สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ มีผู้คนมากมายคอยให้ความช่วยเหลือในสังคม หนึ่งในนั้นก็มี อ.ศศิน เฉลิมลาภที่คอยวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมผ่านคลิปวิดีโอ โดยมีรูปแบบการอธิบายที่เข้าใจง่าย แม้เมื่อก่อนคนส่วนใหญ่จะยังไม่รู้จักเขาก็ตาม แต่ในช่วงนี้หลายคนคงเคยเห็นหรือคุ้นหน้าคุ้นตา อ. ศศินขึ้นมา
      
อ. ศศิน เฉลิมลาภ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ อนุกรรมการเพื่อการศึกษา
และตรวจสอบกรณีปัญหาเหมืองแร่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เขาเป็นผู้ทำโครงการจัดการพื้นที่
คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม หรือ จองป่า คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และการประสานความเข้าใจระหว่าง
เจ้าหน้าที่รัฐ ชาวบ้าน และมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเพื่อให้ชุมชนกว่า 100 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้มีส่วนในการจัดการและดูแลผืนป่าด้วย

            ผลงานในปัจจุบันที่ทำให้ อ. ศศิน เป็นที่รู้จักในขณะนี้ ก็คือ การวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วม และแนวทาง
การแก้ไขปัญหา ผ่านทางคลิปวิิดีโอในอินเตอร์เน็ท และในโทรทัศน์ โดยมีการอธิบายข้อมูล การเตรียมการ ป้องกันในสถานการณที่เกิดขึ้น

เหตุผลที่เลือก อ. ศศิน เป็นบุคคลต้นแบบน้ำท่วม คือการอธิบายของ อ.ศศิน นั้นเป็นการอธิบายที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้คนที่ไม่ค่อยได้ตามข่าวฟังแล้วก็สามารถเข้าใจได้ อ.ศศินยังคอยแนะนำสิ่งดีๆที่เขาได้รู้มาให้แก่ผู้คนมากมาย เป็นการสร้างประโยชน์แก่สังคม จากที่เมื่อก่อนคนยังแทบไม่รู้จักเขา แต่ในช่วงนี้กลายเป็นว่าใครๆก็จะต้องเคยฟังการวิเคราะห์ของ อ. มาบ้าง
           
การวิเคราะห์ของ อ. ศศิน ก็เป็นที่ถูกใจของหลายๆคนด้วยวิธีที่ทำให้ฟังแล้วเข้าใจง่าย ไม่งง สามารถอธิบายวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้คนมากมายในสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ด้วยใจที่อยากจะช่วยเหลือ ซึ่งก็ทำให้หลายๆคนได้เข้าใจและรู้ถึงเรื่องน้ำ ซึ่งเราสามารถนำเรื่องที่ อ.ศศิน สอนไว้มาปรับใช้กับสถานการณ์ตอนนี้ได้

เขียนโดย ด.ญ. ธนัชชา  วัฒนเพ็ญไพบูลย์ (ปูเป้) 

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิศวหนุ่ม คิด – ลงมือทำ “คลองประดิษฐ์บางน้ำจืด” ให้พ้นวิกฤติท่วม

         
คนเราทุกคนต่างมีภาระหน้าที่ และความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ บุคคลเหล่านั้นจะนำความรู้ความสามารถของตนไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในทางด้านใด

         ส่วนบุคคลต้นแบบของฉัน คือ คุณวิวัฒน์ สิงห์ชัย ผู้คิดค้นและสร้างคลองประดิษฐ์ขึ้นมานั้นเอง  คุณวิวัฒน์ สิงห์ชัย เป็นคนที่จิตใจดี และเขาได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ตนเองมีร่วมมือกันระหว่างจังหวัดสมุทรสาครและบริษัท สิงห์ชัย อุตสาหกรรม รวมถึงประชาชนชาวสมุทรสาคร ซึ่งคลองประดิษฐ์นี้ จะช่วยสูบน้ำจากคลองบางน้ำจืด เนื่องจากเมื่อน้ำหลาก คลองบางน้ำจืดจะรับภาระหนัก ดังนั้นคลองประดิษฐ์จะช่วยสูบน้ำจากคลองจริง เพื่อเป็นการช่วยระบายน้ำเข้าสู่คลองมหาชัยไปสู่แก้มลิง และออกสู่ทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำช่วยเหลือประชาชนอีกเป็นจำนวนมากไม่ต้องประสบกับภาวะน้ำท่วม และ ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้วิกฤติ ครั้งนี้ผ่านไปโดยเร็ว 





ทั้งนี้ฯ จึงขอยกย่อง คุณวิวัฒน์ สิงห์ชัย ให้เป็นบุคคลต้นแบบในเรื่องของการใช้ความรู้ความสามารถของตนให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมโดยไม่นึกถึงผลประโยชน์ส่วนตัว


เขียนโดย ด.ญ. พราวฟ้า (แป้งปั้น) ชั้น ๖/๒

รศ. ดร.เสรี บุคคลตัวอย่างของฉัน

            คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ณ ขณะนี้ เพราะถ้าเราเปิดทีวีติดตามสถานการณ์น้ำท่วมทุกวัน โดยเฉพาะในช่อง THAI PBS เราก็จะเห็นท่านมาแนะนำเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างมีหลักการ ด.ญ.ชญาน์นันท์ (เหวิน) เลือก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ เป็นบุคคลตัวอย่าง


รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ในปี พ.ศ. 2525 ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Asian Institute of Technology ในปี พ.ศ.2530 ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Tohoku University, Japan ในปีพ.ศ.2535 ประสบการณ์การทำงานของท่านโดยย่อคือ ปีพ.ศ.2524-2526 ทำงานเป็นวิศวกรบริษัทไทยดีซีไอ จำกัด ปีพ.ศ.2527-2529 ทำงานเป็นวิศวกรโครงการบริษัทลิ้มเจริญก่อสร้าง จำกัด ปีพ.ศ.2534-2536 ทำงานเป็นวิศวกรอาวุโส บริษัทปตท.สำรวจและผลิตจำกัด วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2540 -ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต งานอื่นๆของรศ.ดร.เสรี คือเป็นคณะอนุกรรมการภัยพิบัติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร , คณะกรรมการศึกษาระบบเตือนภัยล่วงหน้า สำนักนายกรัฐมนตรี , คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , คณะกรรมการการประปานครหลวง จะเห็นได้ว่าท่านเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการบริหารและการจัดการเรื่องน้ำ 

            ความสามารถของรศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ภายใต้วิกฤติการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้คือ ท่านคอยช่วยวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมในหลายๆจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานครให้ประชาชนทั่วไปทราบ เพื่อให้ทุกคนได้ตั้งสติ เตรียมพร้อมรับมือกับภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ได้อย่างทันท่วงที 

            สาเหตุที่เลือก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์เป็นบุคคลต้นแบบในสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เพราะว่า ท่านเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความรู้ ความสามารถในการประเมินสถานการณ์วิกฤติการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อย่างเป็นระบบ เป็นที่น่าเชื่อถือและคอยให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศปภ. กทม. และกรมชลประทาน ฯลฯ เพื่อนำไปใช้วางแผนและแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
                                                                                                                                                                    เขียนโดย ด.ญ.ชญาน์นันท์ (เหวิน) ชั้น 6/2

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

บุคคลต้นแบบในสถานการณ์น้ำท่วม (Hero ของเกน)

        ในสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ มีบุคคลในวงการบันเทิงมากมาย มาช่วยผู้ประสบภัย ส่วนใหญ่เป็นดารานักแสดง นักร้อง หรือแม้แต่นักข่าวก็ตามที่ช่วยลงข่าวตามพื้นที่แต่ละแห่ง เพื่อเตือนภัยคนในบริเวณนั้นๆ หรือมีการโฆษณาให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ช่วยกันอพยพ

       บุคคลต้นแบบในสถานการณ์ครั้งนี้ คือ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้รายงานข่าวอยู่ที่ช่อง ๓    เพราะคุณสรยุทธมีความกระตือรือล้นในการทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนที่ดีและขยัน ในการหาข่าว หรือประกาศข่าวสารให้ผู้คน เริ่มจากที่เกิดน้ำท่วม คุณสรยุทธก็ได้เดินทางไปตามพื้นที่ๆ เกิดน้ำท่วม ที่ชาวบ้านเดือดร้อน หรือที่ๆ ทางรัฐบาลเข้าไปให้ความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง โดยการนำอาหาร และ น้ำดื่ม หรือสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิต สำหรับในบางพื้นที่ๆ ลำบาก หรือ ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยมีผู้ช่วยคือ โก๊ะตี๋ อารามบอย เป็นดาราตลก พวกเขาทั้ง ๒ ก็ได้ไปช่วยผู้ประสบภัยตามที่ต่างๆ เกือบทุกแห่งที่ประสบภัย รวมถึงที่พักชั่วคราวของผู้ประสบภัยด้วย หลังจากที่เขาได้ไปเยี่ยมบ้านเรือนแล้วออกสื่อโทรทัศน์ ทำให้เหล่าคนที่ไม่โดนน้ำท่วม พากันไปช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่นั้นๆ ตามความประสงค์ว่าอยากไปที่ใดบ้าง แล้วคุณสรยุทธก็ช่วยเตือนภัยให้พื้นที่ในกทม.เป็นแห่งๆ ว่าพื้นที่ใดเริ่มเสี่ยงน้ำท่วม หรือ เร่งอพยพด่วน ทำให้ผู้คนต่างเห็นความมีน้ำใจ และความสามัคคีต่อคนไทยด้วยกัน และโก๊ะตี๋ที่อาสามาช่วยอีกแรง


       ความดีของคุณสรยุทธนั้นควรเอาเยี่ยงอย่างและนำมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะความสามัคคีและความมีน้ำใจต่อผู้คนรอบข้าง ซึ่งสามารถทำได้เรื่อยๆไม่มีหยุด เพื่อทำให้เรามีคนที่มองเราเป็นต้นแบบได้เช่น คุณสรยุทธ

เขียนโดย ด. ญ. ณกมล (เกน) ๖/๓ 

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ถ้าแผ่นดินกรุงเทพหายไป...เราจะเป็นอย่างไร

         นอกจาก ด.ญ. รินรดา (วาวา) จะส่งความเรียงในเรื่องบุคคลตัวอย่างในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก่อนหน้านี้แล้ว เธอยังร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นคำถามในกลุ่มวิชาประยุกต์ ดังนี้      
        ถ้าแผ่นดินกรุงเทพหายไปจะทำให้คนที่เคยอาศัยอยู่ในกรุงเทพต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด จำนวนประชากรในต่างจังหวัดจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้กลายเป็นชุมชนแออัด คนที่ย้ายจากเมืองกรุงไปต่างจังหวัดก็ต้องปรับวิถีชีวิตใหม่เช่น ตื่นเช้า ทำอาชีพทำไร่ทำนา กินกับข้าวพื้นบ้าน นอนบ้านกระท่อมหรือบ้านไม้ นอนพัดลม อาจไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่าไรเช่น ทีวี เครื่องทำน้ำร้อน คอมพิวเตอร์ แอร์

         หากต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น ด.ญ. รินรดา (วาวา) เลือกที่จะย้ายไปอยู่ภาคเหนือเพราะภาคเหนือมีประชากรประมาณ 6 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะภูมิประเทศหุบเขา มีเทือกเขาที่สำคัญคือ ทิวเขาดอยอินทนนท์ ทิวเขาแดนลาว เป็นต้น มีประเพณีอันงดงามเช่นประเพณีสงกรานต์ คนภาคเหนือส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธซึ่งเหมือนกับคนกรุงส่วนใหญ่ ภาคเหนือมีภูมิอากาศเย็นสบาย มีหมอกตอนเช้า อยู่แล้วสบาย อากาศดี วิถีชีวิตคือทำไร่ทำนา หาของป่ามาขาย เลี้ยงสัตว์  มีประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ เช่น  ประเพณียี่เป็ง ประเพณีลอยโคม  ประเพณีแข่งเรือล้านนา ประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นต้น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดีน่าสนใจ แสดงถึงความเชื่อของชาวลำพูนที่เชื่อกันว่าบ่อน้ำทิพย์บนยอดดอยขะม้อเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

แพทย์หญิงคนสวยจิตใจงาม

          ตอนนี้เรามีบุคคลตัวอย่างคนที่สองมาแลกเปลี่ยนกันอีกแล้วนะค่ะ นักเรียนคนที่สองที่ส่งความเรียงมาให้ครูก็คือ ด.ญ. รินรดา (วาวา) ชั้น ๖/๓ บุคคลตัวอย่างที่วาวาเลือกเป็นแพทย์หญิงคนหนึ่งที่มีจิตใจดีช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์    
    
       พญ.บุญธิดา เจริญสวัสดิ์หรือหมอแจน เป็นหน่วยแพทย์ที่ไปรักษาผู้ประสบภัยโดยตลอด หมอแจน ใช้เวลา 6 ปีในการเรียน จนจบปริญญาตรีคณะแพทยศาสตร์ จาก University of New South Wales  และเข้าทำงานใน Health Area Service ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนกลับมาเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหาร ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ ตอนนี้เริ่มทำงานเต็มตัวในตำแหน่งแพทย์ประจำสถาบันความงามและสุขภาพครบวงจร หมอแจนเป็นหมอที่ดูแลเรื่องสุขภาพ อยู่โรงพยาบาลกรุงเทพ  ได้ลงพื้นที่กับหมอท่านอื่นๆไปดูแลชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมโดยไม่ห่วงตัวเอง มีการลงพื้นที่รักษาผู้ประสบภัยที่ดอนเมือง เป็นเวลาหลายวัน การเดินทางเข้าถึงผู้ประสบภัยก็ยากลำบากเนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ยอมอพยพมาอยู่ที่อื่น ทำให้ต้องเข้าไปรักษาถึงพื้นที่แต่หมอทุกคนก็ไม่ย่อท้อทุ่มเทความสามารถ ทั้งหมดมาดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม  ระยะเวลาที่ต้องเสียไปกับการเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วมอย่างช้าๆเนื่องจากน้ำสูง ต้องทนแดด ลุยน้ำท่วมเพื่อมาดูแลชาวบ้าน แทนที่จะได้หยุดพักผ่อน อยู่โรงพยาบาลได้ตากแอร์เย็น  นอกจากมารักษาชาวบ้านแล้ว ยังรักษาสุนัขที่เจ้าของทิ้งไว้ให้อยู่ตามลำพัง เพราะแม้ว่าจะเป็นแค่สัตว์แต่ก็มีจิตใจ มีชีวิตเหมือนกับคน

ขบวนการรู้สู้ Flood ผู้สร้างวีรบุรุษในจอ

 
            ดีใจจัง ในที่สุดก็มีนักเรียนคนแรก (ด.ญ. วริษา สุขกำเนิด กระติ๊บ ชั้น ๖/๓) มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันแล้ว
           
           กระติ๊บเลือกทีมงานรู้สู้ Flood เป็นกลุ่มบุคคลตัวอย่างในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ กระติ๊บได้สื่อถึงความรู้ความสามารถและน้ำใจของคนกลุ่มนี้ที่มีต่อสถานการณ์น้ำท่วม ด้านล่างเป็นข้อความบางส่วนที่กระติ๊บได้เขียนถึงคนกลุ่มนี้


          "น้ำใจ  คือสิ่งที่คนกลุ่มนี้ตั้งใจและเป็นเป้าหมายที่เขาจะสร้างโครงการนี้ขึ้นในวิกฤตการณ์น้ำท่วมในปีนี้  ปัญหาของประชาชน  คือสิ่งที่ทำให้เขารู้ว่าควรแก้อย่างไรให้ดีขึ้น  จินตนาการ  คือสิ่งที่ทำให้ผลงานของเขาหลุดกรอบแต่ไม่หลุดโลก  ความรู้และเหตุผล  ทำให้งานชิ้นนี้ดูมีความสำคัญและมีที่มาอ้างอิง  ความง่าย  คือสิ่งที่เป็นหลักการในการอธิบายให้แก่ผู้ที่ไม่รู้จัก  ความมุ่งมั่น  จะทำให้งานนี้สำเร็จเสร็จสิ้น  คำติชม  จะเป็นพลังในการสู้ต่อไป  จึงขอให้นักเรียนทุกๆ ท่านจงทำตามตัวอย่างที่ดีในการทำงานให้เป็นขั้นเทพแบบนี้  แม้จะไม่ได้เป็นแอนนิเมชั่น แต่เราก็สามารถใช้ความสามารถที่ตนเองมีให้เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญขอให้โลกนี้มีแต่คนที่มีน้ำใจช่วยเหลือกันเพื่อให้โลกของมวลมนุษย์สวยงามยิ่งขึ้น"

งานบอกเล่า ๙ พอดีชั้น ๕ และ ชั้น ๖

        วันศุกร์ที่ ๒๒ มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางช่วงชั้นได้จัดงานบอกเล่า ๙ พอดี ให้กับผู้ปกครองชั้น ๕ และชั้น ๖ เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความรู้และควา...